อารยธรรมกรีกโบราณ

Published กุมภาพันธ์ 13, 2012 by wipadapop

อารยธรรมกรีกโบราณ

กรีกในสมัยโบราณ อยู่ทางด้านตะวันออกสุดของยุโรปภาคใต้ ประกอบด้วยดินแดนกรีกบนผืนแผ่นดินและหมู่เกาะต่างๆ ในทะเลเอเจียน กรีกโบราณได้รับอิทธิพลความเจริญ โดยตรงจากทั้งเมโสโปเตเมียและอียิปต์ ด้วยอิทธิพลดังกล่าว ชาวกรีกโบราณจึงพัฒนาอารยธรรมได้รวดเร็วจนกลายเป็นอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่   ก่อนพัฒนาการชุมชนกรีก ประมาณ 2000-1200 B.C. ช่วงระยะปี 2000-1500 B.C. มีพลังผลักดันให้ชุมชนอินโด-ยูเรเปียน “พัฒนา” ขึ้น คือ อิทธิพลของชุมชนในเกาะครีต (Crete) ซึ่งเรียกกันว่า อารยธรรมไมโนน (Minoan Civilization) การ ผสมผสานระหว่างชุมชนปฐมภูมิของเผ่าพันธุ์อินโด-ยูเรเปียน และอารยธรรมไมโนนที่เหนือกว่า มีผลให้ชุมชนต่างๆ ที่อยู่กระจัดกระจายบนคาบสมุทรกรีกพัฒนาสร้างศูนย์แห่งวัฒนธรรมใหม่ขึ้น ศูนย์ที่สำคัญและเด่นที่สุดในระยะปี 1500 B.C. คือศูนย์ที่ไมซีนาย ฉะนั้นจึงเรียกความเจริญความเจริญที่ปรากฏในระยะนี้ตามชื่อไมซีนายคือ

 อารยธรรมไมซีนาย (Mycenaean Civilization)

อารย ธรรมไมซีนายสร้างชุมชนเล็กๆ ทั่วไปในคาบสมุทรกรีกและเกาะต่างๆ ในทะเลเอเจียนที่มีลักษณะการปกครองที่อำนาจเด็ดขาดอยู่ที่ประมุข ศาสนา และศิลปะที่ปราศจากพลังสร้าง สรรเกินความสำเร็จในชุมชนเล็กๆ สังคมไมซีนายมีลักษณะการปกครองแบบนครรัฐ มีศูนย์กลางเป็นป้อมปราการอยู่บนเนินเป็นที่พำนักของประมุขและบริวาร ราษฎรสร้างที่อยู่อาศัยอยู่รอบบริเวณป้อมปราการ เมื่อมีสงครามก็อาจอพยพเข้ามาอยู่ในป้อมได้ และนอกจากนี้ลักษณะที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เอื้ออำนวยอย่างมากต่อการเดิน ทะเล มีผลให้ประชาชนในแถบนี้กลายเป็นนักเดินเรือที่สามารถและติดต่อค้าขายกับ ชุมชนอื่นๆ

การสถาปนาชุมชนกรีก ประมาณ 1200-200 B.C.

                การ อพยพรุกรานทำลายอารยธรรมไมซีนายของเผ่าพันธุ์อินโด-ยูโรเปียนระลอกที่สองมี ผลทำให้เกิดสภาวะผสมผสานและแปรสภาพครั้งสำคัญ สภาวะแปรสภาพมีระหว่างปี 1200-800 B.C. และมีผลให้เกิดชุมชนกรีกที่ถือกันว่าเป็นสังคมเริ่มต้นอารยธรรมกรีกโบร

                                                                             นครรัฐ

                ใน ระยะปี 800-500 ก่อนคริสตศักราช ชุมชนกรีกค่อยๆ วิวัฒนาการจากสภาพสังคมเกษตรกรรมที่พอเลี้ยงตัวได้กลายเป็นชุมชนนครรัฐต่างๆ ที่เจริญรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรม  กรีกโบราณมีรูปแบบการเมืองการปกครองเป็นนครรัฐ ไม่ได้รวมเป็นอาณาจักรที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพราะสภาพทางภูมิศาสตร์ไม่เอื้ออำนวย  ใน ระยะแรกนครรัฐจะตกอยู่ภายใต้อำนาจของประมุขเผ่าที่มีความสามารถ และมีความเข้มแข็งทางทหาร ประมุขมีอำนาจในการพิจารณาชี้ขาด เป็นตัวแทนของนครรัฐในการทำพิธีกรรมทางศาสนาและเป็นแม่ทัพยามเกิดศึกสงคราม แต่ก็ไม่ได้มีอำนาจสูงสุดเด็ดขาด เพราะต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้นำสกุลอื่นๆ  ลักษณะชุมชนนครรัฐมีศูนย์กลางอยู่ที่ป้อมปราการ อะโครโปลิส(Acropolis) ที่สร้างอยู่บนเนินเขา อะโครโปลิสเป็นที่ประชุมของมณฑลยามมีสงคราม และเป็นศูนย์กลางการค้าตามท้องถิ่นที่ก้าวหน้าขึ้น ตลาดมักอยู่ตามเชิงอะโครโปลิก   ภาย หลังปี 800 ก่อนคริสตศักราช มีความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญทางการเมืองในนครรัฐ คือผู้นำสกุลต่างๆ รวมกำลังขจัดระบอบการปกครองของประมุขเดิม และจัดตั้งการปกครองใหม่แบบคณาธิปไตย (Aristocracy) ซึ่ง มอบอำนาจการเมืองการปกครองสูงสุดให้แก่สภาชนชั้นสูง ที่เป็นสถาบันกำหนดนโยบายต่างๆ ของนครรัฐ ในขณะที่มีข้าราชการที่ได้มาจากการเลือกตั้งที่เรียกว่า Magistrates คอยรับผิดชอบในการบริหารให้เป็นไปตามความต้องการของสภาชนชั้นสูงอีกทอดหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงการปกครองนี้มีผลทำให้นครรัฐกรีกมีระบบการปกครองที่บุคคล จำนวนหนึ่งใช้อำนาจสูงสุดทางการเมืองร่วมกัน แทนที่การปกครองที่บุคคลเดียวเป็นผู้คุมอำนาจ

นครรัฐเอเธนส์

นครรัฐเอเธนส์ประกอบด้วยบริเวณที่สำคัญ 2 บริเวณ คือ อโครโปลิส (Acropolis) และ อกอรา (Agora) อโค รโปลิสเป็นเนินเขาสูงเป็นที่ประดิษฐานวัดวาอารามและสถานที่สำคัญทางราชการ เนินนี้อาจดัดแปลงเป็นป้องที่ให้ผู้คนพลเมืองเข้ามาลี้ภัย และตั้งรับศัตรูได้ในยามที่ถูกรุกราน ใต้บริเวณอโครโปลิส ลงมาเป็นร้านรวงและที่อยู่อาศัยของพลเมืองเรียกว่าอกอรา
นครรัฐเอเธนส์เป็นนครรัฐเล็ก มีพลเมืองเพียง 50,000 คน นอกนั้น ได้แก่พวกทาสและชนต่างถิ่น เอเธนส์ได้วิวัฒนาการการปกครอง เป็นสาธารณรัฐปกครองในรูปประชาธิปไตย โดยเจ้าหน้าที่ซึ่งเลือกมาจากพลเมือง รูปการปกครองแบบประชาธิปไตยของเอเธนส์แตกต่างจากประชาธิปไตยที่เข้าใจในสมัย ปัจจุบัน แต่ก็เป็นรูปการปกครองที่ให้สิทธิเสรีภาพมากที่สุดในสมัยโบราณ ที่แตกต่างจากประชาธิปไตยในปัจ3. พลเมืองแต่ละคนใช้สิทธิในระบอบประชาธิปไตยของตนโดยตรง ไม่ต้องเลือกผู้แทนเข้าไปใช้สิทธิดังกล่าว

                                                                              การปกครอง

                นครรัฐเอเธนส์เดิมอยู่ภายใต้การปกครองของกษัตริย์เช่นเดียวกับนครรัฐอื่นๆ แต่ประมาณปี 750 B.C. ชน ชั้นสูงของเอเธนส์ปราบปรามระบบการปกครองของกษัตริย์จนเป็นผลสำเร็จ ในที่สุดได้ตั้งระบบการปกครองแบบคณาธิปไตย คือ มีคณะบริหารรัฐการฝ่ายพลเรืองเรียก อาร์คอน (Archons) จำนวน 9 นาย และคณะบริหารรัฐการฝ่ายกลาโหมเรียก โปลีมาร์ค (Polemarchs) อีก 9 นาย เป็นผู้ควบคุมและใช้อำนาจสูงสุดที่เดิมเป็นของกษัตริย์ ตำแหน่งอาร์คอนและโปลีมาร์คเป็น ตำแหน่งเลือกตั้งมีวาระ 1 ปี ตำแหน่งทั้งสองนี้เป็นสิทธิผูกขาดของสกุลชั้นสูงเจ้าของที่ดินขนาดใหญ่ทั้ง สิ้น เพราะสิทธิในการเลือกตั้งและสิทธิในการรับราชการในตำแหน่งผู้บริหารต้องเป็น สิทธิเฉพาะของชนชั้นสูงเท่านั้น เมื่อเอเธนส์พัฒนาการค้า เศรษฐกิจผูกพันกับ “อาณานิคมโพ้นทะเล” ชนชั้นกลางคือกลุ่มพ่อค้าคหบดีและชาวนาเจ้าของที่ดินรายย่อยที่ถูกกดขี่อย่างมากจากระบบการเมืองคณาธปไต ยและจากสภาวะทางเศรษฐกิจที่สนับสนุนเจ้าของที่ดินเพาะปลูกขนาดใหญ่ เรียกร้องให้มีการปฏิรูปการปกครอง เพื่อแก้ไขความยุ่งยากที่เกิดจากระบบคณาธิปไตย

                พัฒนาการการปฏิรูปเอเธนส์ เริ่มจริงจังในสมัยอาร์คอนแดรกโก (Draco) ในระยะปี 621 B.C. เมื่อมีการทำประมวลกฎหมายเอเธนส์เป็นหลักฐานเพื่อป้องกันไม่ให้ชนชั้นปกครองข่มขู่ขูดรีดสามัญชนตามอำเภอใจ การปฎิรูปที่สำคัญที่สุดคืด การปฎิรูปของโซลอน